รายละเอียดบทความ

DETOX คืออะไร ?

กระแสการบำบัดรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ ดูเหมือนกำลังได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวารีบำบัด อโรมาเธอราปี กายภาพบำบัด โภชนบำบัด สมาธิบำบัด ดนตรีบำบัด นาฏบำบัด และการบำบัดอันเนื่องมาจากวิธีการทางธรรมชาติ ซึ่งบางครั้งอาจมีวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันร่วมอยู่ด้วย แต่เน้นวิธีการรักษาแบบองค์รวม การบำบัดต่างๆ เหล่านี้เรารวมเรียกว่า "ธรรมชาติบำบัด"
.......... การทำ DETOX หรือการล้างพิษ ด้วยการสวนล้างลำไส้ ก็เป็นวิธีหนึ่งในธรรมชาติบำบัดที่มีมาแต่โบราณ และปัจจุบันยังเป็นที่นิยมทำกันมาก ในประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่วนในบ้านเรานั้น อาจคุ้นๆ หูกันอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มได้ยินหนาหูและรู้จักกันมากขึ้น
..........และ ก็เป็นธรรมดาที่อะไรอยู่ในกระแสก็จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับเรื่องของ "DETOX-ล้างลำไส้" นั้น หลายคนก็สงสัยว่าคืออะไร ทำไมต้องทำ ใครที่ควรจะทำ จำเป็นแค่ไหน ขั้นตอนเป็นอย่างไร มีผลกระทบอย่างอื่นกับร่างกายมั้ย ฯลฯ ซึ่งข้อสงสัยทั้งหมดนี้หาคำตอบได้ นับจากบรรทัดถัดไป


..........ก่อนที่จะกล่าวถึงเหตุผลของการสวนล้างลำไส้ ก็ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของอาหาร ที่เรารับประทานกันเสียก่อน อาหารที่เรารับประทานนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีเส้นใยมาก ได้แก่ ธัญพืชต่างๆ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวโพด ฯลฯ และชนิดที่มีเส้นใยน้อยหรือไม่มีเส้นใย เช่น เนื้อสัตว์ ไขมัน และแป้งขัดขาว ฯลฯ โดยอาหารชนิดแรกนั้นเมื่อผ่านการย่อยแล้ว จะขับถ่ายออกจากร่างกายโดยง่าย ในขณะที่ชนิดหลังนี้เมื่อย่อยแล้วจะจับตัวกันจนเหนียวทำให้เคลื่อนผ่านลำไส้ ใหญ่ด้วยความลำบากและมักเกาะติดอยู่กับผนังลำไส้ ไม่ยอมเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบการขับถ่ายแบบปกติ ด้วยเหตุนี้ผู้ที่รับประทานอาหารในกลุ่มหลัง จึงมักมีอาการท้องผูก ถ่ายลำบาก แถมสิ่งที่เกาะอยู่ตามผนังลำไส้นี้ยังเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย ก่อให้เกิดการบูดเน่าหรือเกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องอืดท้องเฟ้อ ผายลมบ่อย อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ลำไส้ใหญ่อักเสบ มีกลิ่นปาก แผลเปื่อยในปาก หรือโรคที่เกี่ยวกับภูมิต้าน เช่น ภูมิแพ้ ลมพิษ ผื่นแพ้ หอบหืด รูมาตอยด์ ฯลฯ
...........ด้วยเหตุนี้การสวนล้างลำไส้จึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกนำมาใช้ในการล้างพิษออกจากร่างกายนั่นเอง


...........การทำ DETOX-ล้างลำไส้ มี 2 วิธี วิธีแรกคือ ดีทอกซ์แบบล้างลำไส้ระดับล่าง เป็นการสวนล้างลำไส้ในช่วงระยะ 30 เซนติเมตร สุดท้ายของลำไส้ ด้วยกาแฟหรือน้ำสมุนไพร ใช้น้ำประมาณ 5 ลิตร และวิธีที่ 2 คือ ดีทอกซ์แบบล้างลำไส้ส่วนบน ด้วยน้ำเกลือแร่หรือสมุนไพร ใช้น้ำประมาณ 2 ลิตร
...........การ ทำดีทอกซ์แบบล้างลำไส้ส่วนบนนั้นจะใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมี ประสิทธิภาพที่เรียกว่า เครื่องล้างลำไส้ (COLONIC) ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิแรงดัน และปริมาณต่างๆ ของน้ำได้


...........ขั้นตอนของการสวนล้างนั้น จะใช้น้ำอุ่นประมาณ 25 ลิตร ใช้เวลาในการสวนประมาณ 40-60 นาที วิธีการก็คือ แพทย์จะสอดหลอดสวนเข้าทางทวารหนัก เพียง 2 นิ้ว เปิดให้น้ำอุ่นเข้าลำไส้อย่างช้าๆ ระหว่างนั้นจะทำการนวดหน้าท้องไปด้วยเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ทำให้ตะกรันที่จับคราบตามผนังลำไส้หลุดออกมา การทำในระยะแรกๆ อาจรู้สึกอยากถ่าย ให้ถ่ายได้เลยโดยไม่ต้องกลั้น น้ำและของเสียจะไหลออกทางทวารผ่านหลอดสวน โดยไม่ต้องถอดหลอดสวนออก จากนั้นก็จะปล่อยให้น้ำเข้าไปอีกทำเช่นนี้ซ้ำอีกจนน้ำในเครื่องหมด 25 ลิตร เมื่อน้ำหมดถังแล้วแพทย์จะทำการถอดสายสวนออก จากนั้นก็ให้ถ่ายจนเกลี้ยงก่อนทำความสะอาดร่างกาย เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการล่างลำไส้ส่วนบน
..........หลัง การทำดีทอกซ์ล้างลำไส้ ร่างกายก็จะสบายขึ้น ไม่มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรืออ่อนเพลียจากการสูญเสียเกลือแร่ แม้ว่าจะถ่ายจนหมดพุง ทั้งนี้เพราะแพทย์จะผสมน้ำเกลือลงไปในน้ำ ที่ใช้ทำคตั้งแต่แรกแล้ว แต่หลังจากเสร็จสิ้นการล้างลำไส้ คนไข้จะได้รับคำแนะนำให้ดื่มน้ำมากขึ้นกว่าปกตินิดหน่อย ส่วนอาหารการกินอื่นๆ สามารถรับประทานได้อย่างปกติ
.......... การสวนล้างลำไส้นั้น นอกจากจะให้ผลดีในการกำจัดพิษออกจากร่างกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี แล้วยังเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการรักษาโรคท้องผูก ท้องเสีย อุจจาระอุดตันฉับพลัน หรือช่วยรักษาการทำงานาที่บกพร่องของลำไส้ รวมทั้งยังใช้เป็นหนึ่งในขั้นตอนเตรียมการตรวจรักษาก่อนการคลอดบุตร เอกซเรย์ตรวจเช็คลำไส้ด้วยการสวนแป้ง (Barium) หรือส่องกล้องทำการตรวจรักษาผ่านช่องท้องหรือลำไส้ใหญ่อีกด้วย


..........สำหรับผู้ที่จะทำดีทอกซ์นั้น ควรมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ถ้าสุขภาพปกติดี ก็สามารถสวนล้างปีละ 2-3 ครั้ง แต่ถ้ามีปัญหาสุขภาพอาจต้องทำมากกว่านี้ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเป็นรายๆ ไป และก่อนที่จะทำการสวนล้างลำไส้ แพทย์จะต้องซักประวัติสุขภาพของคนไข้เสียก่อนว่า สามารถทำการสวนล้างลำไส้ได้หรือไม่ เนื่องจากมีโรคบางโรคที่เป็นข้อห้ามในการสวนล้างลำไส้ เช่น ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือความดันโลหิตต่ำ และยังไม่สามารถควบคุมอยู่ในเกณฑ์ปกติ เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจล้มเหลว มีภาวะเลือดจางอย่างรุนแรง มีภาวะเส้นโลหิตโป่งพองเป็นไส้เลื่อน ได้รับการผ่าตัดช่องท้องยังไม่เกิน 6 อาทิตย์ ได้รับการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ เปิดลำไส้ออกทางหน้าท้อง เพิ่งผ่านการผ่าตัดริดสีดวงทวาร มีเลือดออกจากลำไส้ มีภาวะไตวาย มีภาวะเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่เป็นมะเร็ง เป็นต้น
..........สำหรับ ผู้ป่วยอัมพาต อัมพฤกษ์ ที่มีปัญหาการขับถ่าย และผู้สูงอายุที่มักมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง ริดสีดวงทวาร ปวดข้อปวดกระดูก โรคเกาต์ ฯลฯ ก็อาจใช้วิธีการบำบัดรักษาด้วยการสวนล้างลำไส้ได้เช่นกัน


..........ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ และควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด


ขอบคุณ น.พ.สุพจน์ สัมฤทธิ์สณิชชา
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 8 กันยายน 2546 ]

ผู้ลงบทความ : beautybyvasane